การตลาด หลายคนที่ได้ยินคำนี้ก็คงคิดว่าตนเองนั้นมีความเข้าใจว่า "การตลาด คือ อะไร ?" แต่สำหรับตัวผมเองแล้วคิดว่า ก็น่าจะมีหลายคนที่เข้าใจผิด จากการที่ส่วนตัวได้ศึกษาเรื่องการตลาดมาบ้างผมสมควร เพราะมีโปรเจ็คที่จะทำสินค้าตัวหนึ่งขาย ทำให้ได้เข้าใจเกี่ยวกับการตลาดดีขึ้นมาหน่อย ดังนั้นบทความนี้จึงอยากจะมาแชร์เรื่องการตลาดจากความเข้าใจส่วนตัว

การตลาด คือ อะไร ?

ได้มีผู้ให้นิยามอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการตลาดเอาไว้ว่า "การตลาดคือกระบวนการที่หน่วยธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้พึงพอใจในสินค้าและบริการ ณ ราคาที่สามารถสร้างกำไรได้" นี้เป็นประโยคสุดคลาสสิค แต่ผมว่ามันอาจจะเข้าใจยากเอาซักหน่อย ดังนั้นผมจึงเขียนนิยามให้กับมันใหม่ว่า "การตลาด คือ การกระทำใดๆ ก็ได้ ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการของเรา โดยที่เรายังคงได้กำไรในระดับที่น่าพอใจ"

จากนิยามของผมเอง ผมว่ามันน่าจะชัดเจนพอสมควร ฮ่าๆๆ เฮ้ย..ลืมบอกไป "การตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องของการขาย" อันนี้หลายๆ คนต้องเข้าใจให้ถูกนะครับ หลายคนอาจจะเข้าใจผิด แต่ก็น่าจะเข้าใจผิดอยู่ เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองเรื่อง คือ การตลาด และ การขาย มันมีส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่จนบางครั้งทำให้เกิดความขัดแย้งและเข้าใจผิดได้

จากนิยามของผมและนิยามแบบดั้งเดิม คุณจะเห็นได้ว่า การตลาดนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าที่คิด กล่าวคือ การตลาดนั้นเป็นมากกว่าการโฆษณาหรือการประชาสัมพันธ์ การที่จะทำการตลาดให้ประสบผลสำเร็จนั้น คุณต้องจะมีทั้งทักษะการวิเคราะห์ การคาดเดาและจิตวิทยา และบางครั้งคุณอาจจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยด้วย

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่โลกของเราได้เริ่มมีการทำมาค้าขาย นักการตลาดก็ได้มีส่วนร่วมกับสิ่งดังกล่าวมาตลอด และตลอดเวลาที่ผ่านมานักการตลาดก็ได้คิดค้นเทคนิคบางอย่างขึ้นมา ซึ่งต่อมาก็ได้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นสิ่งที่นักการตลาดทุกคนจะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เมื่อต้องทำการตลาด เทคนิคดังกล่าวได้ถูกเรียกว่า "ส่วนผสมการตลาด (4Ps)"


P ตัวแรก คือ "Product" หรือ "สินค้า" คุณต้องตอบ 3 คำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณให้ได้ว่า "มันคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ ?" , "เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไร ?" และ "มันจะล้าสมัยเมื่อใด ?" ทั้ง 3 คำถามถือว่าสำคัญมากเมื่อต้องการขายสินค้าหรือบริการอย่างใดอย่าหนึ่ง หากสามารถสร้างสินค้าที่ ลูกค้าต้องการ, เหนือกว่าคู่แข่งและไม่ล้าสมัย นั้นย่อมทำให้สินค้าหรือบริการขายและสร้างกำไรให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

P ตัวที่สอง คือ "Price" หรือ "ราคา" การตั้งราคาสินค้าและบริการเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าซีเรียสไม่น้อยสำหรับนักการตลาด เพราะหากสินค้าหรือบริการของคุณไม่ใช่เจ้าแรกในตลาด ย่อมทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาจนอาจทำให้คุณได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะต้องการให้สินค้าหรือบริการของคุณสามารถขายได้ ตรงกันข้าม ถ้าคุณเป็นเจ้าแรกในตลาด คุณย่อมตั้งราคาสินค้าหรือบริการได้ตามความต้องการของคุณ แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ในการตั้งราคาสินค้าและบริการนั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งถ้าหากมีโอกาส ผมจะนำเสนอเกี่ยวกับการตั้งราคาสินค้าหรือบริการในโอกาสต่อไป

P ตัวที่สาม คือ "Place" หรือ "ช่องทางจัดจำหน่าย" ช่องทางในการจำหน่ายเป็นอีกหนึ่งอย่างสำคัญที่นักการตลาดจะต้องคิดให้ดี การมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายย่อมทำให้สินค้าหรือบริการมีโอกาสที่จะสร้างกำไรได้มากยิ่งขึ้น แต่การมีช่องทางจำหน่ายที่ดีหรือทำเลในการจำหน่ายที่ดีไม่เพียงไม่กี่ที่ ก็ย่อมทำให้คุณสามารถสร้างกำไรได้มากเช่นกัน

P ตัวที่สี่ คือ "Promotion" หรือ "การส่งเสริมการขาย" การส่งเสริมการขายเป็นเรื่องของการทำให้ผู้คนรู้จักสินค้าหรือบริการของคุณ ถึงแม้สินค้าหรือบริการของคุณจะดีเลิศ ทันสมัยและเหนือกว่าคู่แข่งเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าไม่มีคนรู้จัก มันก็ไร้ประโยชน์ และการส่งเสริมการขายยังเป็นเรื่องของการจูงใจทางจิตวิทยา Promotion ที่จูงใจย่อมทำให้มีโอกาสสูงที่ลูกค้าของคุณจะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ และ Promotion ที่ดีย่อมทำให้ลูกค้าของคุณซื้อสินค้าและบริการในอัตราที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีการส่งเสริมการขายย่อมมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นควรวิเคราะห์และระมัดระวังในการส่งเสริมการขายให้ดี

สุดท้ายนี้ผมหวังว่า บทความเกี่ยวกับการตลาดบทความนี้ จะเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดให้แก่ผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อย และหากมีเวลาพอ ผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับการตลาดที่เจาะจงมากยิ่งขึ้นให้ท่านได้อ่านกัน สำหรับบทความนี้แค่นี้ก่อนนะครับ

เขียนและเรียบเรียงโดย