โคโยตี้ แค่กล่าวถึงคำนี้ หลายๆ คนก็จินตนาการภาพขึ้นมาในสมองแล้วว่าเป็นยังไง แต่สำหรับบทความนี้เราอยากมาแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับความหมายและที่มาที่ไปของ "โคโยตี้ (Coyote)" กันบ้าง เพื่อประดับเป็นความรู้ให้กับตนเอง

สารบัญเนื้อหาเกี่ยวกับโคโยตี้


โคโยตี้ คือ อะไร ?

โคโยตี้ คือ "ผู้หญิงที่เต้นประกอบเพลงด้วยลีลาหรือท่าทางที่เย้ายวน" นี้คือความหมายตรงๆ แต่ก็มีบางคนได้ให้ความหมายว่า "บุคคลที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเต้นยั่วยวนกามารมณ์"

ในปัจจุบัน "โคโยตี้" ได้กลายมาเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมสำหรับสาวๆ ไปแล้ว อาชีพนี้มักเป็นการทำงานในช่วงกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ และสถานที่ที่ทำงานสำหรับอาชีพนี้ก็คือ ผับ บาร์ หรือ สถานที่เที่ยวกลางคืน ซึ่งในประเทศไทยก็มีสถานที่ที่มีโคโยตี้ทำงานอยู่เช่นกัน แต่ปัจจุบันก็ได้มีการนำโคโยตี้ไปโชว์ตามสถานที่ต่างๆ ที่นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาในข้างต้น ซึ่งบางสถานที่ก็ไม่เหมาะสมตามกาลเทศะ จึงทำให้คนในสังคมโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกัน มองภาพของโคโยตี้ด้วยลักษณะดูถูก และมองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่เป็นปัญหาของสังคม

ที่มาของโคโยตี้หรือไคโยตี้

สำหรับที่มาที่ไปของคำว่า "ไคโยตี้" หรือในภาษาสเปนเรียกว่า "โคโยตี้ (Coyote)" นั้น เดิมทีเป็นชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้เรียกหมาป่าชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "Canis latrans" ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสุนัขบ้านทั่วไป มีลักษณะนิสัยชอบล่าเหยื่อตัวเดียว

คำว่า Coyote เป็นคำที่ยืมมาจากภาษา Nahuatl ของชาว Aztec ซึ่งเขียนคำนี้ว่า "Coyotl" หมายถึง "สุนัขร้องเพลง" และในภาษาอังกฤษได้นำคำนี้มารวมกับคำว่า "Ugly" จนได้กลายเป็นศัพท์สแลงขึ้นมาซึ่งหมายถึง "คนที่น่าเกลียดมาก" ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงที่ตื่นขึ้นมาจากการร่วมหลับนอน แล้วพบว่า คู่นอนของตนเองนั้นหน้าตาน่าเกลียดมาก ไม่เหมือนกันตอนก่อนหลับนอนกัน จึงทำให้พยายามหนีอย่างสุดชีวิต ซึ่งเหมือนกับ "หมาป่าไคโยตี้" ที่พยายามหนีสุดชีวิตจากการติดกับดัก แม้ขาตัวเองจะต้องขาดก็ตาม

บทสนทนาระหว่างชายแปลกหน้ากับโคโยตี้

บทสนทนานี้ผมได้คัดมาเพียงบางส่วนบางตอนเท่านั้นและได้เรียบเรียงขึ้นมาใหม่ให้น่าอ่านยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างชายแปลกหน้ากับโคโยตี้ที่ชื่อว่า "น้องเปิ้ล (นามสมมติ)"

O_O นายแว่น : น้องเปิ้ลเข้าวงการโคโยตี้มาได้ไง ?
^_^ น้องเปิ้ล : ต้องเกริ่นก่อนว่าเปิ้ลทำงานกลางคืนตั้งแต่อยู่ ปวช. ปี 3 แรกๆ ก็เป็นเด็กเสริฟค่ะ แล้วก็ขยับขึ้นมาเป็น PR PG แล้วก็มีคนมาชวนให้ไปทำโคโยตี้เดินสายค่ะ จากนั้นมาก็ทำมาเรื่อยๆ

O_O นายแว่น : แล้วรายได้เป็นยังไงบ้าง
^_^ น้องเปิ้ล : เดือนละ 35,000 เป็นอย่างน้อย

O_O นายแว่น : ได้ยินว่ามีการจัดเรตราคาค่าตัวด้วยเหรอ
^_^ น้องเปิ้ล : ค่ะ ถ้าเป็นโคโยตี้ธรรมดาจะอยู่ที่ 800 บาท ต่อ 6 ดื่ม โคโยตี้บิกินี่อยู่ที่ 1,000 บาท ต่อ 5 ดื่ม นางแบบวันละ 1,300 ขึ้นไป นี่คือราคามาตรฐานค่ะ ถ้าหาดื่มไม่ครบก็จะโดนหักดื่มละ 100-150 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าทางร้านขายดื่มละเท่าไหร่  (น้องเปิ้ล : เห็นมั๊ย เข้าใจรึยังว่าทำไมเราต้องมีดริ้ง มีดื่ม)

O_O นายแว่น : เรากินอยู่หลับนอนกันยังไงบ้าง ได้ยินว่าเราเป็นโคโยตี้เดินสายด้วย
^_^ น้องเปิ้ล : ทางร้านจะมีที่พักให้ บางร้านก็ลงทุนเปิดโรงแรมให้นอนกัน แต่จะให้อยู่ห้องละ 3 คน แต่ส่วนมากเค้าก็จะมีที่พักให้เราต่างหากให้อยู่ห้องละ 3-4 คน หักค่าที่พักด้วยนะ ตั้งแต่ 50-100 บาท บางที่ก็ให้เราไปหาที่พักกันเอง แต่บางร้านใจดีให้พักฟรีก็มี แต่สภาพห้องนี่ก็ต้องลุ้นกันหน่อยค่ะ ว่าจะเป็นยังไง

O_O นายแว่น : เจอลูกค้าแบบไหนที่เรายี้ที่สุดครับ
^_^ น้องเปิ้ล : ลูกค้ามีหลายประเภทค่ะ แต่ที่ยี้ที่สุดคงจะเป็นพวกจกๆ ล้วงๆ แต่ไม่อยากเสียดริ้งไม่อยากเสียทิป สรุปคือ อยากได้ของฟรีว่างั้น ฝากไว้ด้วยแล้วกันนะค่ะ ไอ้พวกลูกค้าหน้าโง่ ของฟรีไม่มีในโลกโว้ย ยี้ขยะแขยงค่ะ

O_O นายแว่น : มีคนคิดว่าเราขายตัว แล้วเคยมีคนมาถามซื้อน้องเปิ้ลหรือเปล่า
^_^ น้องเปิ้ล : มีเยอะมากค่ะ บางคนเค้าก็ยังมีมารยาท คือขอโทษเราก่อนที่จะถามพอเราบอกว่าไม่ไปเค้าก็เออไม่เป็นไรครับ แล้วก็ให้ทิปหรือให้ดริ้งเราเป็นค่าเสียเวลาเสียความรู้สึก แต่ก็เยอะมากไอ้พวกเสือโหยแบบ "ยังไงมรึงก็ต้องไปกะตรู" กับ "พวกมรึงรู้มั๊ยตรูลูกใคร" ถ้าเจอแบบนี้เราก็แจ้งเจ้าของร้านค่ะ แต่บางร้านเค้าก็ไม่เซฟเรา เราก็ต้องหลีกเลี่ยงเอาเอง ซึ่งถ้าเป็นร้านแบบนี้ขอบายค่ะ

O_O นายแว่น : แล้วมีพวกแอบแฝงเข้ามาขายบริการในคราบนักเต้นรึเปล่า
^_^ น้องเปิ้ล : โอ๊ย เยอะมากค่ะ อีพวกนี้นี่แหละทำให้วงการโคโยตี้เสื่อมเสีย เคยเจอแบบบางทีมันก็เดินไปถามลูกค้าเองเลยก็มีเยอะแยะ อยากจะบอกอีตัวพวกนี้ว่า เชี้ยมากๆ คร่า

O_O นายแว่น : ใจเย็นครับ ใจเย็น แล้วเราอายป่ะเวลานุ่งน้อยห่มน้อยอย่างงี้ (มองขาขาวจั๊วทันที)
^_^ น้องเปิ้ล : ทีแรกก็อายค่ะ ทำไปทำมาเราก็คิดว่ามันเป็นอาชีพอาชีพนึงที่เครื่องแบบการแต่งตัวเค้าเป็นแบบนี้ สุดท้ายก็ชินค่ะ แต่แหม..ใครมันจะมามองแต่ขาละคะ

O_O นายแว่น : เห็นว่ามีลูกค้าผู้หญิงมาเที่ยวแล้วให้ดริ้งเราด้วยเหรอ
^_^ น้องเปิ้ล : ใช่ค่ะ อันนี้ได้ใจมากๆ คือเค้าอยากมาสนุกเค้าก็เข้าใจว่าเราทำงาน ให้ดริ้งให้ทิปดีมากๆค่ะ บางคนเป็นลูกค้าประจำเลยก็มีแบบมาแล้วต้องเป็นเราเท่านั้น ส่วนมากผู้หญิงที่มาเที่ยวถ้าไม่มาเฝ้าผัว ก็มากับเพื่อนแล้วชอบมองเราด้วยสายตาไม่เป็นมิตร น่าตบมากค่ะ

O_O นายแว่น : เอาหละสุดท้ายนี้ น้องเปิ้ลอยากจะฝากอะไรไปถึงผู้อ่านที่อยู่ทางบ้านบ้าง
^_^ น้องเปิ้ล : ก็อยากให้เข้าใจนะคะว่าเราเป็นโคโยตี้ ไม่ใช่โสเภณี คุณมาเที่ยวโคโยตี้คุณก็ต้องเสียค่าดื่มซึ่งมันเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว และฝากถึงคุณผู้หญิงที่มาเที่ยวด้วยว่า อย่ามองเราด้วยสายตาเหน็บแนม หรือสายตาประมาณว่ามันจะมาแย่งผัวตรู (ถ้ากลัวนักก็ผูกไว้ที่บ้านสิค่ะ) และไอ้พวกหื่นอยากจะบอกพวกมรึงว่า ตรูไม่ใช่อีตัว ดูถูกกันมากๆ ระวังจะได้เมียเป็นอีตัวหรือไม่ลูกมรึงจะเป็นอีตัวซะเองนะค่ะ

ด้านบนนี้เป็นเพียงบางส่วนของบทสนทนาเพียงเท่านั้น และได้มีการปรุงแต่งข้อความบางส่วนเพื่อลดความรุนแรงในอารมณ์ลงไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งบางเนื้อหา หากใครต้องการอ่านบทสนทนาฉบับเต็มก็สามารถเข้าไปอ่านได้ตามลิงก์นี้เลยครับ http://goo.gl/LyjI0r

และขอจบท้ายบทความนี้ด้วยตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Coyote Ugly พร้อมกับเพลงที่ชื่อว่า Cant Fight The Moonlight ของ LeAnn Rimes


เขียนและเรียบเรียงโดย : GotenSum